วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554

ธารแธน กับ ความอ้วน ประสิทธิภาพ เป็นอย่างไร

ธารแธน กับ ความอ้วน ประสิทธิภาพ เป็นอย่างไร


เนื่องด้วย ใช้อาหารเสริม มาหลายยี่ห้อ ไม่ได้ผลเท่าที่ควร อยากลดน้ำหนักลง 10 กก. ธารแธน จะให้
ผลภายในกี่เดือน และ ต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง ผลข้างเคียง มีหรือไม่ และ ได้ผลจริงๆ หรือ ขอบคุณค่ะ

อยากรู้ คำตอบ ตามมาทางนี้เลย ค่ะ

"ธารแธน" เป็นอาหารธัญพืชรุ่นล่าสุดที่พัฒนาเพื่อการมีสุขภาพดีได้อย่างรวดเร็วและให้ผลดีถึงระดับยีนส์โดยโปรตีนใน "ธารแธน" สามารถเข้าไปเสริมกับโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบของยีนส์ตามปกติให้มีความสามารถปรับตัวให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลดอิทธิพลของยีนส์ที่อาจก่อโรคให้ลดลงได้ เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับคนไทย แต่ในต่างประเทศเขาทำกันเป็นว่าเล่นแล้ว และในส่วนของศูนย์ซีเกรนของเราก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีโดยเฉพาะผู้ที่มียีนส์ที่ก่อโรคเบาหวานได้ง่าย อาหารธัญพืของเราสามารถทำให้ปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานได้ง่ายของผู้นั้นลดลงได้อย่างเด่นชัด ส่วนโรคอื่นๆกำลังติดตามผลอยู่หลายโรคครับ และผมเชื่อว่าในเมืองไทยศูนย์ซีเกรนจะเป็นองค์กรแรกที่ทำเรื่องนี้ซึ่งไม่มีใครตามเราทัน

ต้องการลดน้ำหนัก 10 กก.เป็นเรื่องที่ง่ายมากสำหรับ "ธารแธน" และได้ผล 100% โดยจะไม่มี yo yo ด้วยถ้าปฏิบัติตามที่แนะนำ ดังนี้
1. ทาน "ธารแธน" แทนอาหารวันละ 2 มื้อ (เช้าและเย็น) ส่วนอาหารกลางวันให้ทานตามปกติอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะแป้ง น้ำตาล ไขมัน ขนมและน้ำอัดลม และควรเปลี่ยนจากข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้องด้วย
2. อาหารว่างหรือขนมให้งดทั้งหมด โดยทานแอบเปิ้ลแทน จะทานมากเท่าไรก็ไม่เกี่ยง
3. ดื่มน้ำบ่อยๆตลอดวันให้ได้วันละ 2.5 ลิตร
4. ออกกำลังกายด้วยการเดินเร็วรวดเดียวใน 30 นาที ยิ่งเหงื่อออกมากยิ่งดี โดยเฉพาะไม่ควรอ้างว่าไม่มีเวลานะครับ

ถ้าคุณ ทำครบ 4 ข้ออย่างสม่ำเสมอ (ขอย้ำว่าต้องสม่ำเสมอทุกๆวัน) ใน 1 เดือนสามารถลดได้ระหว่าง 2-4 กก. แล้วแต่บุคคลที่โครงสร้างของเซลล์ไขมันไม่เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าจะเอาลง 10 กก. ก็ไม่น่าเกิน 3-5 เดือนครับ...ขอรับรอง...
แต่ในบางกรณีหรือบางคนทำตาม 4 ข้อครบหมดผ่านไป 4 เดือนปรากฎน้ำหนักตัวลดลงไม่มาก เหตุผลเป็นเพราะเซลล์ไขมันของเขาเปลี่ยนไปเป็นมวลกล้ามเนื้อมากกว่าคนอื่น ดังนั้นจึงสังเกตุได้ว่าน้ำหนักตัวลงไม่มากก็จริงแต่เขาเริ่มเห็นเอวชัดเจนขึ้น หน้าท้องยุบลง ส่วนของสะโพก ต้นขา ต้นแขนดูกระชับ เสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้กลับเอามาใส่ได้แล้วดูหุ่นดีขึ้นกว่าเดิมด้วย...ขอบอก จึงไม่ต้องเสียใจที่น้ำหนักตัวลงไม่มากเพราะกล้ามเนื้อที่มาแทนที่ไขมันจะทำให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นแข็งแรงขึ้น และสวยกว่าเดิมอย่างแน่นอน ซึ่งในกรณีอย่างนี้จะพบได้ในบางคนเพราะบางที่โทรมาต่อว่า ว่าทำไมน้ำหนักลงนิดเดียว ก็เลยถามกลับไปว่าแล้วหุ่นคุณกระชับขึ้นไหม รูปร่างดีขึ้น เสื้อผ้าที่คับก็กลับเอามาใส่ได้ใช่ไหม เขาบอกว่าใช่ ก็เพราะเป็นเหตุผลอย่างที่เล่ามานี่แหละ ไม่ต้องต่อว่ากันแต่เป็นเรื่องที่คุณต้องทำความเข้าใจเพราะมันเป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น

ส่วนผลข้างเคียงต่อสุขภาพของ "ธารแธน" มีแต่ดีขึ้นสถานเดียว แต่ผลข้างเคียงที่จะมีต่อกระเป๋าสตางค์ของคุณเป็นเรื่องที่ ขอไม่รับรอง....ขอขอบคุณ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ธารแธน
ตัวแทนจำหน่าย
กนกวรรณ วชิรมโนธรรม
086-3453012
089-7532949
สุขภาพดี คุณเท่านั้น กำหนด

ธารแธน กับ ความอ้วน ประสิทธิภาพ เป็นอย่างไร

ธารแธน กับ ความอ้วน ประสิทธิภาพ เป็นอย่างไร

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

ธารแธน แพงจริงหรือ????

ธารแธน แพง จริงหรือ ????


ศูนย์สุขภาพซีเกรน คำนวณเพื่อจัดสัดส่วนทางโภชนาการของธัญพืชซีเกรนให้มีศักยภาพในการแก้ปัญหาสุขภาพให้ดีขึ้น พบว่าจำเป็นต้องเพิ่มกรดอะมิโนเข้าไปอีก 1-2 ตัวก็สามารถมีผลต่อการฟื้นฟูหลอดเลือดแดงให้มีคอลลาเจนที่หุ้มหลอดเลือดแดงหนาขึ้นเพื่อให้มีความยืนหยุ่น ยืดตัวหดตัวได้มากกว่าเดิมซึ่งจะทำให้การไหลเวียนของเลือดแดงคล่องตัวขึ้นเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ที่อยู่ไกลๆที่เลือดแดงเข้าไปไม่ค่อยถึงทำให้เซลล์เสื่อมเร็วตายเร็วโดยเฉพาะเซลล์ของผู้สูงอายุและของผู้ป่วยที่มีอาการชัดเจน ผลปรากฎว่ามันทำงานได้จริง และผลการทดสอบสรุปได้ว่าผู้ที่เคยเหนื่อยง่ายทั้งผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้สูงอายุ เป็นเบาหวาน ความดัน และบุคคลทั่วไปที่มีความเสื่อมของหลอดเลือดทั้งหลายกลายเป็นทำอะไรไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนก่อนหลังจากกิน "ธารแธน" แทนอาหารวันละ 2 ซองในเวลา 7 วัน

อาการที่ไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนเป็นสัญญาณที่บอกให้เรารู้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้นเพราะมีเลือดเข้าไปเลี้ยงมากขึ้น รวมทั้งได้รับโปรตีนสมบูรณ์ที่พอเพียงสำหรับฟื้นฟูอวัยวะนั้นๆให้ดีขึ้นด้วย ซึ่งคงไม่จำกัดเฉพาะที่หัวใจเท่านั้น แต่มั่นใจว่าทุกอวัยวะที่บกพร่องมีเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ป่วยนั้นจะได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุจริงๆ และอวัยวะนั้นๆก็ได้รับการฟื้นฟูซ่อมแซมให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้นจริง และวิธีการใช้ "ธารแธน" ก็เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดด้วยเพราะไม่ใช่ยาไม่ใช่เคมีซึ่งไม่มีพิษภัยต่อร่างกายในระยะยาวเลย มีแต่ประโยชน์ทั้งนั้น

ท่านใดสนใจก็ขอแจ้งข้อมูลให้ทราบว่าราคาอาจจะแพงจนอารมณ์เสียได้ แต่ต้องขอบอกก่อนเลยว่าคุ้มค่าจริงๆสำหรับอาหารชั้นเยี่ยมมื้อละ 100บาทอย่าง "ธารแธน" เพราะมันจะช่วยประหยัดได้มากมายทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการเยียวยาและเรื่องของสภาพจิตใจที่ต้องทนทรมานกับปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังและแก้ไขไม่ได้สักที แต่ "ธารแธน" จะเป็นคำตอบสุดท้ายที่มาแรงและช่วยได้เยอะทีเดียว

ธัญพืช "ธารแธน" บรรจุกล่องละ 30 ซองๆละ 65 กรัม ราคา 3,000.-บาท
มีสมนาคุณพิเศษสั่งซื้อ 2 กล่องแถมนมเปรี้ยวดัชมิลให้ฟรี 60 กล่องเพื่อเอาไว้ชงทานได้ทันทีโดยต้องเติมน้ำอีก 120 ซีซี. รสชาติจะอร่อยกำลังดี

"ธารแธน" ควรต้องชงกับนมเปรี้ยวเท่านั้นเพราะรสโดยธรรมชาติของ "ธารแธน" นั้นเปรี้ยวซึ่งไม่เหมือนกับผลิตภัณฑ์อื่นของซีเกรน จึงเกรงว่าถ้าชงกับน้ำ นมถั่วเหลือง ฯลฯ อาจจะทานไม่ได้ แต่ถ้าชงกับนมเปรี้ยวรับรองอร่อยแน่นอน

สนใจก็สั่งซื้อได้ตั้งแต่บัดนี้ ถ้าได้ลอง รับรองว่าติดใจทุกคนโดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสุขภาพชัดเจนและกับผู้สูงอายุที่อาหารไม่ค่อยถึง

สุขภาพดี เงินซื้อไม่ได้ อยากได้ ต้องดูแล

ติดต่อตัวแทนจำหน่าย

กนกวรรณ วชิรมโนธรรม
089-7532949
086-3453012
wan_chokul@hotmail.com

ธารแธน ช่วยผู้เป็นโรคตับอย่างไร

ธารแธน ช่วยผู้เป็นโรคตับอย่างไร

 คำถาม : หากรับประทานธารแธนแล้ว
จะช่วยผู้เป็นไขมันเกาะตับ และเป็นโรคตับ หรือ เนื้องอกที่ตับได้อย่างไร


ไขปัญหา พบความกระจ่าง สุขภาพดี กับ ธารแธน

"ธารแธน" เป็นอาหารที่ถูกคำนวณให้มีสารอาหารธรรมชาติจากธัญพืชครบหมู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดอะมิโนทั้งชนิดจำเป็นและไม่จำเป็นก็ได้ใส่ลงไปตามหลักการสร้างโภชนาการสมดุลที่เน้นการทำงานของโปรตีน โดยมีจุดมุ่งหมายว่าให้เข้าไปปรับสมดุลในร่างกายเพื่อให้เกิดการซ่อมและสร้างเซลล์ในอวัยวะต่างๆที่ต้องการความช่วยเหลือเยียวยาให้มีโอกาสฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงเข้าสู่ระบบการทำงานของอวัยวะนั้นๆได้เป็นปกติให้ได้มากที่สุด เรียกว่าฟื้นฟูกันเป็นระบบอย่างเป็นองค์รวมทั่วทั้งร่างกาย

สารอาหารของ "ธารแธน" สามารถเข้าไปฟื้นฟูเซลล์ตับได้โดยตรงและรวดเร็วด้วยโปรตีนคุณภาพสูงที่จะทำงานร่วมกับสารอาหารส่วนที่เหลือทั้งหมด คำว่าโปรตีนนั้นผมไม่ได้หมายถึงโปรตีนจากสัตว์ เราไม่ใช้โปรตีนจากสัตว์เลยเพราะเนื้อสัตว์จะเกิดผลข้างเคียงในการบำบัดอาการป่วยมากมาย ที่สำคัญของ "ธารแธน" คือความเป็นพืช 100% สิ่งนี้คือสิ่งที่จะเข้าไปฟื้นฟูเซลล์ตับได้ก่อนอะไรทั้งปวง อย่างคนที่ตับทำงานไม่ปกติมีอาการเบื่อง่าย เบื่ออาหาร เบื่อชีวิต อ่อนเพลีย อยากนอนแต่นอนไม่ค่อยหลับ น้ำหนักตัวมาก อ้วนลงพุง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่แสดงว่าตับคุณแย่แล้ว ต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน มิฉะนั้นตับอาจอักเสบ และตับแข็งได้ หรืออาจเลยไปถึงมะเร็งตับได้ในวันข้างหน้า พบว่าคนที่มีปัญหาอย่างนี้เมื่อกินธัญพืชอย่าง "ธารแธน" เพียงไม่กี่สัปดาห์เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย ดูสดชื่นขึ้นไม่ดูน่าเบื่อเหมือนก่อน แค่นี้ก็รู้ได้เลยว่าตับตอบสนองต่อสารอาหารของ "ธารแธน" ได้เป็นอย่างดี

ในลำดับต่อไปเมื่อกิน "ธารแธน" แทนอาหารวันละ 2 มื้อ (เช้าและเย็น) น้ำหนักจะเริ่มลดลงและไขมันที่เกาะตับก็พลอยลดลงตามไปด้วยตามน้ำหนักตัวที่ลด พุงจะยุบและรู้สึกคล่องตัวสบายตัวขึ้นมาก อารมณ์จะดูแจ่มใสทีเดียว ส่วนถ้าตับมีปัญหาเล็กๆน้อยๆปัญหาเหล่านั้นก็จะค่อยๆหายไปเอง

สำหรับเนื้องอกที่ตับอันนี้ต้องพึ่งหมอดีกว่า ดูให้แน่ก่อนว่าเป็นก้อนเนื้อร้ายหรือไม่ แต่สำหรับ "ธารแธน" นั้นกินได้อยู่แล้วและควรต้องกินด้วยเพื่อช่วยให้ผลการรักษาเข้าเป้าคุณหมอมากที่สุด...


ติดต่อตัวแทนจำหน่วย

กนกวรรณ วชิรมโนธรรม
089-7532949
086-3453012
wan_chokul@hotmail.com

สุขภาพดี เริ่มจาก ตัวคุณ

เบาหวาน กับ ธารแธน

คำถาม : อยากทราบว่า คนที่เป็นเบาหวานสามารถทานธารแทนที่ผสม
นมเปรี้ยวตามที่อาจารย์แนะนำได้หรือไม่ ซึ่งดูปริมาณน้ำตาลข้างกล่อง

ประมาณ 10-11 กรัม /กล่อง จะทำให้น้ำตาลสูงหรือไม่
และ จริงๆ แล้วเราควรได้น้ำตาลวันละกี่กรัม จะทำให้ไม่เป็นเบาหวาน
หรืออาการเบาหวานไม่กำเริบ


คำตอบที่ได้ เป็นอย่างไร เรามาติดตามดูค่ะ สั้น ๆ ง่าย ๆได้ใจความค่ะ

"ธารแธน" นั้นเหมาะมากสำหรับโรคเบาหวานโดยเฉพาะในระดับที่รุนแรงซึ่งไม่ต้องห่วงเรื่องชงกับนมเปรี้ยวเพราะ ให้ใช้นมเปรี้ยวของดัชมิลแบบ lite (ไขมันต่ำ) และหวานน้อยปริมาณกล่องละ 180 ซีซี. แล้วยังให้เติมน้ำอีก 120 ซีซี. ก็จะได้ความหวานรวมไม่มากซึ่งจะได้น้ำตาลรวมน้อยกว่ากินข้าว 1 จานเป็นไหนๆ
ไม่มีการกำหนดว่าต้องได้น้ำตาลไม่เกินเท่าไรจึงจะไม่เป็นเบาหวาน เพราะคนที่จะเป็นเบาหวานนั้นต้องกินแป้ง น้ำตาลและไขมันล้นเกินมานานหลายปีจนทำให้ตับและตับอ่อนเสื่อมสภาพจนเป็นเบาหวานในที่สุด แต่บางคนต่อให้กินแป้ง น้ำตาลและไขมันมานานและมากเพียงใดก็ไม่เป็นเบาหวานซึ่งอันนี้มันขึ้นอยู่กับยีนส์ของแต่ละคนว่าจะเป็นเบาหวานได้ง่ายหรือยาก
สรุปง่ายๆถ้าอยากใช้ "ธารแธน" จัดการกับเบาหวานก็ให้ทานแทนอาหารวันละ 2 มื้อเช้าและเย็น ส่วนมื้อเที่ยงให้กินตามปกติด้วยความระมัดระวัง ส่วนขนมและของขบเคี้ยวพยายามเปลี่ยนเป็นผลไม้ซึ่งแอบเปิ้ลดีที่สุดจะกินมากเท่าไรก็ได้สบายมาก ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเบาๆอย่างสม่ำเสมอและรักษาอารมณ์อย่าให้เครียด มั่นใจว่าระดับน้ำตาละเริ่มลดลงภายใน 1 เดือนอย่างต่อเนื่องซึ่งก็ต้องคุมการใช้ยาด้วย เพื่อไม่ให้น้ำตาลลดลงมากและเร็วเกินไป แนะนำให้ซื้อเครื่องเจาะปลายนิ้วไว้วัดน้ำตาลก่อนอาหารเช้าทุกวันแล้วจดบันทึกไว้ด้วยคุณจะรู้พัฒนาการของการบำบัดให้เบาหวานลดลงอย่างชัดเจน แล้วเอาค่าน้ำตาลที่คุณวัดทุกวันไปให้หมอเจ้าของไข้ดูด้วยเพื่อจะได้ลดการใช้ยาลง และควรใช้ยาตามความจำเป็นเท่านั้น เพราะเกรงว่าการใช้ยานานๆจะมีผลข้างเคียงต่อการทำงานของตับและไตอย่างแน่นอน....
ขอบคุณ : ข้อมูล จากคุณ ณัฐวัฒน์ เข้าของศูนย์สูขภาพซีเกรน ค่ะ
สนใจผลิตภัณฑ์ "ธารแธน" ติดต่อได้ที่
กนกวรรณ วชิรมโนธรรม
089-7532949
086-3453012
 (จำหน่ายผ่านตัวแทนเท่านั้นค่ะ)

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ธัญพืช ธารแธน (Tantan)


ผลิตภัณฑ์ ธารแธน
การบริโภคอาหารที่ขาดความสมดุล หมายถึง ร่างกายจะได้รับสารอาหารบางชนิดที่น้อยเกินไป และ บางชนิดได้รับมากเกินไปในมื้ออาหารเดียวกัน อาหารที่ร่างกายมักได้รับน้อยเกินไปส่วนมาก ได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ สารพฤกษเคมี รวมถึงโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ส่วนอาหารที่ร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอยู่เสมอ ได้แก่  แป้ง น้ำตาล ไขมัน รวมทั้งสารปรุงแต่งสี กลิ่น และสารเคมีที่ใช้เพิ่มความอ่อยนานาชนิดซึ่งล้วนแล้วเป็รอันตรายต่อสถขภาพในระยะยาว การบริโภคที่ขาดความสมดุลดังกล่าว จะทำให้ระบบในร่างกายทำงานช้าลง และร่างกายจะเริ่มสะสม สารพิษเพิ่มขึ้น ต่อมาอวัยะสำคัญจะเริ่มมีความผิดปกต ทำให้เริ่มอ้วน มีไขมันมาเกาะที่ตับ มีภาวะไขมันสูง ฟลอดเลือดแดงเริ่มแข็งตัว  รู้สึกเหนื่อยง่าย เพราะกล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดมาเลี้ยงน้อยลง  ความดันโลหิตสูงขึ้น น้ำตาลในเลือดเริ่มสูง  บางรายเริ่มมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารและอาจตรวจพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งสูงขึ้นด้วย เป็นต้น เกิดโรคตับอักเสบชนิดต่าง ๆ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคลม ปัจจุบันหรือสมองขาดเลือด โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคนิ่วในถุงน้ำดี  โรคข้อเสี่อม รวมทั้งโรคมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งอาจเกิดโรคถแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกมากมายตามมา เนื่องจากธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ จะไม่ป่วยได้ง่าย ๆ ถ้าได้รับสารอาหารที่สมดุลและเพียงพออยู่เสมอ การดูแลให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนและไม่มีสารอาหารส่วนที่เกินความต้องการ จะทำให้ระบบในร่างกายทำงานเป็นปกติและมีสารพิษสะสมน้อยลง อีกทั้งการสร้างภาวะความสมดุลทางโภชนาการยังช่วยลดปัญหาในผู้ป่วยเรื้อรังได้อย่างรวดเร็ว และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย ศูนย์สุขภาพซีเกรน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาวะสมดุลทางโภชนาการมาแล้ว 14 ปี โดยใช้อาหารที่ผลิตจากธัญพืชและกรดอะมิโนสำคัญที่ถูกคำนวณขึ้นโดยนักโภชนาการ นำมาใช้แก้ปัญหาสุขภาพให้กับผู้ป่วยได้อย่างกว้างขวาง และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงที่ต้องการบริโภคเพื่อป้องกันโรคได้ดีที่สุดอีกด้วย
ธัญพืช ธารแธน
เป็นอาหารธรรมชาติ 100% ประกอบด้วย วัตถุดิบสำคัญ 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ธัญพืช 7 ชนิด ได้แก่
  1. ถั่วเหลือง ป้องกันภาวะกระดูกพรุน หลอดเลือดหัวใจตีบตัน มะเร็งเต้านม และมะเร็งชนิดอื่น ๆ ช่วยเพิ่มไขมันตัวที่ดี (HDL) และลดไขมันตัวที่เลว (LDL) ลดไขมันคอเลสเตอร์รอล ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี และเส้นใยของถั่วเหลืองยังมีคุณสมบัติลดน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานได้ดีอีกด้วย
  2. งาดำ มีประโยชน์มากมาย โดยสรรพคุณของงาดำมีกระอะมิโนจำเป็นชื่อ เมไธโอนี และยังประกอบด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ซึ่งมีคุณสมบัติลดไขมันคอเลสเตอร์รอล จึงช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว  ช่วยให้หัวใจแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ป้องกันกระดูกพรุน ช่วยให้หลับสบาย และเป็นอาหารต้านมะเร็งได้ด้วย
  3. จมูกข้าวสาลี เป็นแหล่งโปรตืนที่เป้นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชา ป้องกันโรคแห่งความเสื่อม ป้องการหลอดเลือดแดงทั้งในสมองและหัวใจไม่ให้แข็งตัวและตีบตัน รัษาสมดุลในลำไส้ใหญ่ สังกะสีในจมูกข้าวสาลี ป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากโตและป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ดี
  4. ข้าวโพด มีประโยชน์ในการล้างพิษ ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วคนโบราณมักใช้ข้าวโพดเป็นพืชช่วยบำรุงร่างกาย หัวใจ ปอด และยังช่วยขับปัสสาวะอย่างอ่อน ๆ
  5. ข้าวฟ่าง มีโปรตีนใกล้เคียงกับถั่วเหลือง มีแร่ธาตุมากมาย อาทิ แมกนีเซียม โปแตสเซียมและ วิตามินบี 3 ข้างฟ่างช่วยให้อาหารย่อยง่าย เสริมภูมิต้านทานของร่างกายและใช้ป้องกันโรคภูมิแพ้
  6. ข้าวกล้อง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ บำรุงสมอง ป้องกันเหน็บชาป้องกันตะคริว ปากนกกระจอก
  7. ลูกเดือย มีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง จึงช่วยบำรุงกระดูก มีวิตามินเอที่ช่วยเรื่องสายตา มี วิตามิน บี 1  ที่ช่วยเรื่องเหน็บชา เป็นอาหารที่ให้พลังงานกับร่างกายได้ดี มีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง  คุณค่าทางยาของลูกเดือยนั้นใช้ชงเป็นยาเย็นขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน บำรุงไต กระเพาะอาหาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมในสตรีหลังคลอด รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หล่อลื่นกระเพาะอาหาร ลำใส้แก้บวมน้ำ ปวดข้อเรื้อรัง และแก้ร้อนใน

กลุ่มที่ 2 กรดอะมิโนจำเป็น(Essential Amino Acids) 9 ชนิด ได้แก่
  1. ไอโซลูซีน (Isoleusine) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ช่วยการทำงานของระบบประสาท ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และช่วยให้ดตับขับสารพิษได้ดี
  2. ลูซีน (Leucine) ฟื้นฟูการทำงานของตับโดยตรง
  3. ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมการเจริญเติบโต เสริมภูมต้านทาน ป้องกันและรักษาโรคเริม และปัญหาที่เกิดจากเชื้อไวรัส
  4. เมไธโอนีน (Methionine) ป้องกันการสะสมไขมันในตับ ป้องกันโรคซึมเศร้า
  5. เฟนิลอะลานีน (Phenylalanine) ใช้สร้างเม็ดสีทั้งเส้นผมและผิวหนัง เป็นสารที่ช่วยถ่ายทอดข้อมูลจากสมองสู่ระบบประสาททำให้ความทรงจำและประสาทดีขึ้น
  6. ธรีโอนีน (Theonine) เสริมการเจริญเติบโต ป้องกันการจับตัวของไขมันในตับ
  7. ทริฟโตเฟน (Tryptophan) ช่วยสร้างวิตามินบี 3 สร้างสื่อประสาท  ต่อต้านอาการซึมเศร้า ช่วยให้หลับสบาย
  8. เวลีน (Valine) เสริมการเจริญเติบโต รักษาสมดุลของไนโตรเจนในเลือด
  9. อิสติดีน (Histidine) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท

กรดอะมิโนจำเป็น ดังกล่าว เมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมจะเข้าไปทำงานร่วมกับกระดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองที่ตับได้อีกประมาณ 13 ชนิด รวมเป็นกรดอะมิโน 22 ชนิด เราเรียกว่า โปรตีนสมบูรณ์ ซึ่งตับจะใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญส่งไปตามกระแสเลือดทั่วร่างกายเพื่อใช้ซ่อมเซลล์ให้กับทุกอวัยวะให้มีความแข็งแรงสูงสุด เป็นการสร้างกระบวนการอันสำคัญที่มีความสลับซับซ้อนเพื่อใช้รักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบของร่างกายเอง ซึ่งเราเรียกว่า โปรตีนบำบัด

กลุ่มที่ 3 แอล-คาร์นนีทีน(L-carnitine )
เป็นกรดอะมิโนที่จะเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงานให้กับกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อหัวใจและสมองได้อย่างรวดเร็ว มีสรรพคุณที่น่าสนใจ ดังนี้
  1. ทำให้แก่ช้าลงด้วยเหตุผลที่ L-carnitine ช่วยให้เซลล์ทั่วร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมตลอดเวลาจึงทำให้เซลล์มีอายุยืนนานได้มากกว่าเดิม
  2. ช่วยควบคุมระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ให้อยู่ในระดับต่ำและช่วยเพิ่มไขมันที่มีประโยชน์(HDL)
  3. ช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้นและช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวในล้มเหลวในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจด้วย
  4. ช่วยลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะใช้ร่วมกับการบริโภคแป้ง น้ำตาล ไขมัน ลดลง
  5. ช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเสียหาย
  6. ช่วยให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น และนานขึ้นโดยไม่เหนื่อยง่าย  เนื่องจากกล้ามเนื้อมีความทนทานมากขึ้น
  7. ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากกว่าเดิม ช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้ชัดเจน
  8. ช่วยลดความเสื่อมและความเสียหายของเซลล์ประสาท ทำให้การทำงานของสมองดีขึ้น สามารถคิดวางแผนหรือคิดแก้ปัญหาได้คล่องแคล่วมากกว่าเดิม รวมทั้งช่วยในเรื่องความทรงจำได้ดีอีกด้วย
  9. L-canitine มีผลต่อสุขภาพจิตในเชิงบวก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย และใช้ลดความเครียดได้ดี
  10. ช่วยทำให้ตับทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเรา

กลุ่มที่ 4 ทอรีน (Taurine)
เป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทในการบำบัดที่ลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้การรักษาโรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะสำคัญมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้
  1. ช่วยการทำงานของเรติน่าในดวงตาสามารถรับแสงได้ดีขึ้น
  2. ช่วยปรับสัดส่วนของน้ำดีให้มีคุณภาพดีขึ้น
  3. ช่วยให้เม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
  4. ช่วยลดการอักเสบหรือถูกทำลายจากอนุมูลอิสระในเซลล์ปอด
  5. ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท
  6. รักษาระดับน้ำในเซลล์สมองให้เป็นปกติ
  7. ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
  8. เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์อสุจิ
  9. ส่งเสริมการเจริฐเติบโตในเด็ก
  10. เพิ่มคุณภาพของฮอร์โมนอินซูลินให้กับผู้ป่วยเบาหวาน
  11. ช่วยการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
  12. มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และ ลดความดันโลหิต เป็นต้น
หมายเหตุ : ในมนุษย์การขาดทอรีนเกิดขึ้นได้ยาก แต่ร่างกายมีปริมาณทอรีนน้อยเกินไปอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ

คุณค่าทางโภชนาการของธัญพืช ธารแธน ต่อ 1 หน่วย บริโภค (65 กรัม)
- โปรตีน                                                  23            กรัม
- คาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน                        20            กรัม
- ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว                            8              กรัม
- เกลือแร่-วิตามิน                             ครบตามธรรมชาติ
- เส้นใยอาหาร                       ไม่ต่ำกว่า   20          กรัม
- พลังงาน                                    230          กิโลแคลอรี่
วิธีบริโภค
ธารแธน 1 ซอง ผสมนมเปรี้ยวไขมันต่ำ 180 ซีซี ผสมน้ำเย็น 120 ซีซี (รวม 300 ซีซี) ใช้บริโภคแทนอาหาร 1 มื้อ และควรดื่มน้ำตาม 1 แก้วเสมอ สำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพแนะนำให้บริโภคแทนอาหารวันละ 2 ซอง (2 มื้อ)
เมื่อสุขภาพกลับเป็นปกติให้บริโภคแทนอาหารวันละ 1 มื้อ เป็นประจำ เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรคให้ถึงระดับ Top Immunity เป็นการป้องกันโรคในระดับที่สูงสุดของร่างกาย
1 กล่องบรรจุ 30 ซอง
(ไม่มีวางจำหน่าย ) จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น
ติดต่อตัวแทนจำหน่าย :
กนกวรรณ วชิรมโนธรรม
086-3453012
089-7532949
สุขภาพดีเริ่มได้ที่ตัวคุณ ตั้งแต่ตอนนี้