วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ธัญพืช ธารแธน (Tantan)


ผลิตภัณฑ์ ธารแธน
การบริโภคอาหารที่ขาดความสมดุล หมายถึง ร่างกายจะได้รับสารอาหารบางชนิดที่น้อยเกินไป และ บางชนิดได้รับมากเกินไปในมื้ออาหารเดียวกัน อาหารที่ร่างกายมักได้รับน้อยเกินไปส่วนมาก ได้แก่ วิตามิน เกลือแร่ สารพฤกษเคมี รวมถึงโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ส่วนอาหารที่ร่างกายได้รับมากเกินความต้องการอยู่เสมอ ได้แก่  แป้ง น้ำตาล ไขมัน รวมทั้งสารปรุงแต่งสี กลิ่น และสารเคมีที่ใช้เพิ่มความอ่อยนานาชนิดซึ่งล้วนแล้วเป็รอันตรายต่อสถขภาพในระยะยาว การบริโภคที่ขาดความสมดุลดังกล่าว จะทำให้ระบบในร่างกายทำงานช้าลง และร่างกายจะเริ่มสะสม สารพิษเพิ่มขึ้น ต่อมาอวัยะสำคัญจะเริ่มมีความผิดปกต ทำให้เริ่มอ้วน มีไขมันมาเกาะที่ตับ มีภาวะไขมันสูง ฟลอดเลือดแดงเริ่มแข็งตัว  รู้สึกเหนื่อยง่าย เพราะกล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดมาเลี้ยงน้อยลง  ความดันโลหิตสูงขึ้น น้ำตาลในเลือดเริ่มสูง  บางรายเริ่มมีปัญหาในระบบทางเดินอาหารและอาจตรวจพบว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งสูงขึ้นด้วย เป็นต้น เกิดโรคตับอักเสบชนิดต่าง ๆ โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคลม ปัจจุบันหรือสมองขาดเลือด โรคอัมพฤกษ์อัมพาต โรคนิ่วในถุงน้ำดี  โรคข้อเสี่อม รวมทั้งโรคมะเร็ง โดยไม่ทราบสาเหตุ อีกทั้งอาจเกิดโรคถแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อีกมากมายตามมา เนื่องจากธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ จะไม่ป่วยได้ง่าย ๆ ถ้าได้รับสารอาหารที่สมดุลและเพียงพออยู่เสมอ การดูแลให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนและไม่มีสารอาหารส่วนที่เกินความต้องการ จะทำให้ระบบในร่างกายทำงานเป็นปกติและมีสารพิษสะสมน้อยลง อีกทั้งการสร้างภาวะความสมดุลทางโภชนาการยังช่วยลดปัญหาในผู้ป่วยเรื้อรังได้อย่างรวดเร็ว และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อย ศูนย์สุขภาพซีเกรน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาวะสมดุลทางโภชนาการมาแล้ว 14 ปี โดยใช้อาหารที่ผลิตจากธัญพืชและกรดอะมิโนสำคัญที่ถูกคำนวณขึ้นโดยนักโภชนาการ นำมาใช้แก้ปัญหาสุขภาพให้กับผู้ป่วยได้อย่างกว้างขวาง และยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงที่ต้องการบริโภคเพื่อป้องกันโรคได้ดีที่สุดอีกด้วย
ธัญพืช ธารแธน
เป็นอาหารธรรมชาติ 100% ประกอบด้วย วัตถุดิบสำคัญ 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ธัญพืช 7 ชนิด ได้แก่
  1. ถั่วเหลือง ป้องกันภาวะกระดูกพรุน หลอดเลือดหัวใจตีบตัน มะเร็งเต้านม และมะเร็งชนิดอื่น ๆ ช่วยเพิ่มไขมันตัวที่ดี (HDL) และลดไขมันตัวที่เลว (LDL) ลดไขมันคอเลสเตอร์รอล ป้องกันนิ่วในถุงน้ำดี และเส้นใยของถั่วเหลืองยังมีคุณสมบัติลดน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานได้ดีอีกด้วย
  2. งาดำ มีประโยชน์มากมาย โดยสรรพคุณของงาดำมีกระอะมิโนจำเป็นชื่อ เมไธโอนี และยังประกอบด้วยไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และ โอเมก้า 6 ซึ่งมีคุณสมบัติลดไขมันคอเลสเตอร์รอล จึงช่วยป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว  ช่วยให้หัวใจแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื่น ป้องกันกระดูกพรุน ช่วยให้หลับสบาย และเป็นอาหารต้านมะเร็งได้ด้วย
  3. จมูกข้าวสาลี เป็นแหล่งโปรตืนที่เป้นสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความชา ป้องกันโรคแห่งความเสื่อม ป้องการหลอดเลือดแดงทั้งในสมองและหัวใจไม่ให้แข็งตัวและตีบตัน รัษาสมดุลในลำไส้ใหญ่ สังกะสีในจมูกข้าวสาลี ป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากโตและป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ดี
  4. ข้าวโพด มีประโยชน์ในการล้างพิษ ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ป้องกันไม่ให้ดวงตาเสื่อมสภาพเร็วคนโบราณมักใช้ข้าวโพดเป็นพืชช่วยบำรุงร่างกาย หัวใจ ปอด และยังช่วยขับปัสสาวะอย่างอ่อน ๆ
  5. ข้าวฟ่าง มีโปรตีนใกล้เคียงกับถั่วเหลือง มีแร่ธาตุมากมาย อาทิ แมกนีเซียม โปแตสเซียมและ วิตามินบี 3 ข้างฟ่างช่วยให้อาหารย่อยง่าย เสริมภูมิต้านทานของร่างกายและใช้ป้องกันโรคภูมิแพ้
  6. ข้าวกล้อง บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ บำรุงสมอง ป้องกันเหน็บชาป้องกันตะคริว ปากนกกระจอก
  7. ลูกเดือย มีฟอสฟอรัสในปริมาณสูง จึงช่วยบำรุงกระดูก มีวิตามินเอที่ช่วยเรื่องสายตา มี วิตามิน บี 1  ที่ช่วยเรื่องเหน็บชา เป็นอาหารที่ให้พลังงานกับร่างกายได้ดี มีสรรพคุณในการบำรุงกำลัง  คุณค่าทางยาของลูกเดือยนั้นใช้ชงเป็นยาเย็นขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน บำรุงไต กระเพาะอาหาร ม้าม รวมทั้งบำรุงเลือดลมในสตรีหลังคลอด รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง หล่อลื่นกระเพาะอาหาร ลำใส้แก้บวมน้ำ ปวดข้อเรื้อรัง และแก้ร้อนใน

กลุ่มที่ 2 กรดอะมิโนจำเป็น(Essential Amino Acids) 9 ชนิด ได้แก่
  1. ไอโซลูซีน (Isoleusine) ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ช่วยการทำงานของระบบประสาท ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และช่วยให้ดตับขับสารพิษได้ดี
  2. ลูซีน (Leucine) ฟื้นฟูการทำงานของตับโดยตรง
  3. ไลซีน (Lysine) ช่วยเสริมการเจริญเติบโต เสริมภูมต้านทาน ป้องกันและรักษาโรคเริม และปัญหาที่เกิดจากเชื้อไวรัส
  4. เมไธโอนีน (Methionine) ป้องกันการสะสมไขมันในตับ ป้องกันโรคซึมเศร้า
  5. เฟนิลอะลานีน (Phenylalanine) ใช้สร้างเม็ดสีทั้งเส้นผมและผิวหนัง เป็นสารที่ช่วยถ่ายทอดข้อมูลจากสมองสู่ระบบประสาททำให้ความทรงจำและประสาทดีขึ้น
  6. ธรีโอนีน (Theonine) เสริมการเจริญเติบโต ป้องกันการจับตัวของไขมันในตับ
  7. ทริฟโตเฟน (Tryptophan) ช่วยสร้างวิตามินบี 3 สร้างสื่อประสาท  ต่อต้านอาการซึมเศร้า ช่วยให้หลับสบาย
  8. เวลีน (Valine) เสริมการเจริญเติบโต รักษาสมดุลของไนโตรเจนในเลือด
  9. อิสติดีน (Histidine) จำเป็นต่อการเจริญเติบโตในเด็ก ช่วยการทำงานของระบบประสาท

กรดอะมิโนจำเป็น ดังกล่าว เมื่อบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมจะเข้าไปทำงานร่วมกับกระดอะมิโนที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองที่ตับได้อีกประมาณ 13 ชนิด รวมเป็นกรดอะมิโน 22 ชนิด เราเรียกว่า โปรตีนสมบูรณ์ ซึ่งตับจะใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญส่งไปตามกระแสเลือดทั่วร่างกายเพื่อใช้ซ่อมเซลล์ให้กับทุกอวัยวะให้มีความแข็งแรงสูงสุด เป็นการสร้างกระบวนการอันสำคัญที่มีความสลับซับซ้อนเพื่อใช้รักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบของร่างกายเอง ซึ่งเราเรียกว่า โปรตีนบำบัด

กลุ่มที่ 3 แอล-คาร์นนีทีน(L-carnitine )
เป็นกรดอะมิโนที่จะเปลี่ยนไขมันเป็นพลังงานให้กับกล้ามเนื้อลาย กล้ามเนื้อหัวใจและสมองได้อย่างรวดเร็ว มีสรรพคุณที่น่าสนใจ ดังนี้
  1. ทำให้แก่ช้าลงด้วยเหตุผลที่ L-carnitine ช่วยให้เซลล์ทั่วร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมตลอดเวลาจึงทำให้เซลล์มีอายุยืนนานได้มากกว่าเดิม
  2. ช่วยควบคุมระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์ให้อยู่ในระดับต่ำและช่วยเพิ่มไขมันที่มีประโยชน์(HDL)
  3. ช่วยป้องกันโรคหัวใจโดยทำให้สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้นและช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวในล้มเหลวในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจด้วย
  4. ช่วยลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะใช้ร่วมกับการบริโภคแป้ง น้ำตาล ไขมัน ลดลง
  5. ช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมเสียหาย
  6. ช่วยให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น และนานขึ้นโดยไม่เหนื่อยง่าย  เนื่องจากกล้ามเนื้อมีความทนทานมากขึ้น
  7. ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากกว่าเดิม ช่วยลดอาการภูมิแพ้ได้ชัดเจน
  8. ช่วยลดความเสื่อมและความเสียหายของเซลล์ประสาท ทำให้การทำงานของสมองดีขึ้น สามารถคิดวางแผนหรือคิดแก้ปัญหาได้คล่องแคล่วมากกว่าเดิม รวมทั้งช่วยในเรื่องความทรงจำได้ดีอีกด้วย
  9. L-canitine มีผลต่อสุขภาพจิตในเชิงบวก ทำให้เกิดการผ่อนคลาย และใช้ลดความเครียดได้ดี
  10. ช่วยทำให้ตับทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเรา

กลุ่มที่ 4 ทอรีน (Taurine)
เป็นกรดอะมิโนที่มีบทบาทในการบำบัดที่ลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้การรักษาโรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะสำคัญมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้
  1. ช่วยการทำงานของเรติน่าในดวงตาสามารถรับแสงได้ดีขึ้น
  2. ช่วยปรับสัดส่วนของน้ำดีให้มีคุณภาพดีขึ้น
  3. ช่วยให้เม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
  4. ช่วยลดการอักเสบหรือถูกทำลายจากอนุมูลอิสระในเซลล์ปอด
  5. ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาท
  6. รักษาระดับน้ำในเซลล์สมองให้เป็นปกติ
  7. ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
  8. เพิ่มความแข็งแรงของเซลล์อสุจิ
  9. ส่งเสริมการเจริฐเติบโตในเด็ก
  10. เพิ่มคุณภาพของฮอร์โมนอินซูลินให้กับผู้ป่วยเบาหวาน
  11. ช่วยการแบ่งเซลล์เม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
  12. มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และ ลดความดันโลหิต เป็นต้น
หมายเหตุ : ในมนุษย์การขาดทอรีนเกิดขึ้นได้ยาก แต่ร่างกายมีปริมาณทอรีนน้อยเกินไปอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพ

คุณค่าทางโภชนาการของธัญพืช ธารแธน ต่อ 1 หน่วย บริโภค (65 กรัม)
- โปรตีน                                                  23            กรัม
- คาร์โบไฮเดรทเชิงซ้อน                        20            กรัม
- ไขมันชนิดไม่อิ่มตัว                            8              กรัม
- เกลือแร่-วิตามิน                             ครบตามธรรมชาติ
- เส้นใยอาหาร                       ไม่ต่ำกว่า   20          กรัม
- พลังงาน                                    230          กิโลแคลอรี่
วิธีบริโภค
ธารแธน 1 ซอง ผสมนมเปรี้ยวไขมันต่ำ 180 ซีซี ผสมน้ำเย็น 120 ซีซี (รวม 300 ซีซี) ใช้บริโภคแทนอาหาร 1 มื้อ และควรดื่มน้ำตาม 1 แก้วเสมอ สำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพแนะนำให้บริโภคแทนอาหารวันละ 2 ซอง (2 มื้อ)
เมื่อสุขภาพกลับเป็นปกติให้บริโภคแทนอาหารวันละ 1 มื้อ เป็นประจำ เพื่อสร้างภูมิต้านทานโรคให้ถึงระดับ Top Immunity เป็นการป้องกันโรคในระดับที่สูงสุดของร่างกาย
1 กล่องบรรจุ 30 ซอง
(ไม่มีวางจำหน่าย ) จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้น
ติดต่อตัวแทนจำหน่าย :
กนกวรรณ วชิรมโนธรรม
086-3453012
089-7532949
สุขภาพดีเริ่มได้ที่ตัวคุณ ตั้งแต่ตอนนี้